รวบสาวแสบ ฉ้อโกงแรงงานต่างด้าว 500 ราย มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท

รวบสาวแสบ ฉ้อโกงแรงงานต่างด้าว 500 ราย มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวบสาวแสบ ตุ๋นต่อพาสปอร์ตแรงงานต่างด้าวกว่า 500 ราย มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ คุมตัวค้นบ้าน

 

วันที่ 9 ต.ค. ข่าวด่วนวันนี้ พ.ต.ท.นพดล ช่างเรือน รองผกก. สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จากกรมแรงงาน นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้าน หมู่8 ต.บางโฉลง อ.บางพลี ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.วาสนา อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน

โดยบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านเดียวสองชั้น เปิดเป็นสถานที่ศูนย์ประสานงานชมรมเศรษฐกิจการค้าไทย-ย่างกุ้ง ภายใต้สภาวัฒนธรรมไทยในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์และมอญ และเป็นสถานที่จัดทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่พร้อมต่อวีซ่าประเภท MOU โดยดำเนินการเบ็ดเสร็จทุกขึ้นตอน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าครึ่ง ชม.เคาะประตูเรียก แต่เจ้าตัวไม่มีทีท่าจะออกมาพบเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด จนกระทั่งนายอัจฉริยะ ได้โทรศัพท์ไปหานายตำรวจยศสารวัตรนายหนึ่งที่สังกัด สภ.แห่งหนึ่งที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นคนสนิทของ น.ส.วาสนา เพื่อให้ติดต่อให้ยอมออกมาพบกับทางเจ้าหน้าที่

จากนั้นไม่นาน น.ส.วาสนา จึงยอมเปิดประตูออกมาพบเจ้าหน้าที่ ก่อนเจ้าหน้าที่จะแสดงหมายศาลจังหวัดสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นและจับกุม และเชิญตัว น.ส.วาสนา มาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำกลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวนับร้อยคน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่า ได้ว่าจ้างให้บริษัท แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้ดำเนินการทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่พร้อมต่อวีซ่าประเภท MOU

โดยดำเนินการเบ็ดเสร็จทุกขึ้นตอน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางมีการเรียกเก็บเงินรายละ 5,000-19,000 บาท ซึ่งมีผู้เสียหายเกือบห้าร้อยคน เป็นเงินมากว่า 7 ล้านบาท ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการตามที่กล่าวไว้ได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผู้เสียหายได้พยายามติดตามทวงถามมาโดยตลอด

 

 

แต่ทางบริษัทดังกล่าวอ้างว่า เป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ยังไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ภายในวันที่ 31 ต.ค. 2563 นี้ แรงงานต่างด้าวทั้งหมดจะครบกำหนดการต่อใบอนุญาต และจะมีการจับกุมแรงงานที่อยู่ในประเทศไทยที่ไม่ถูกต้อง

จึงทำให้มีการรวมตัวกันแจ้งความ และยังคงมีผู้เสียหายเป็นแรงงานต่างด้าว ที่อยู่ต่างจังหวัดอีกจำนวนมากที่ ได้รับความเดือดร้อน สำหรับผู้ต้องหารายนี้ชอบตีสนิทกับนายตำรวจระดับสูง และนักข่าว แล้วขอถ่ายรูปคู่โพสต์ในโซเชี่ยล อีกทั้งยังมีการแอบอ้างใช้โลโก้ของสถานีโทรทัศน์ช่องดัง ขึ้นโปรไฟล์ในเฟซบุ๊ก รวมถึงการใช้ชีวิตที่หรูหราด้วย

ส่วนบรรยากาศ ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ หลังจาก เจ้าหน้าที่นำตัว น.ส.วาสนา มาสอบปากคำ น.ส.วาสนา มีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมกับกล่าวกับสื่อมวลชนสั้นว่า ตนเองไม่ได้แอบอ้างว่าตัวเองเป็นสื่อมวลชนแต่อย่างใด พร้อมกับปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ขณะเดียวกัน ได้มีแรงงานชาวเมียมานับร้อยคน เดินทางมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อรอชี้ตัวเจ้าหน้าที่ จึงเชิญทั้งหมดขึ้นไปชั้น 5 ของ บก .ภจว.สมุทรปราการ เพื่อคัดกอง ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ และป้องกันไม่ให้แรงงานที่ผิดกฎหมายฉวยโอกาสเข้ามาแอบแฝงว่าตัวเองก็ตกเป็นผู้เสียหายในคดีดังกล่าวด้วย

ทางด้าน พ.ต.ท.นพดล ช่างเรือน ให้ข้อมูลว่า ในชั้นสอบสวนนั้น ดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงเอาไว้ก่อน พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ตกเป็นผู้เสียหายทั้งหมด ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวด่วนวันนี้ ได้ที่เว็บไซต์ www.posttodaynews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *