เบิ้มๆ ม็อบปลดแอก 19 กันยา สิ่งควรระมัดระวัง ชุมนุมเรียกร้องอย่างสันติวิธี

เบิ้มๆ ม็อบปลดแอก 19 กันยา สิ่งควรระมัดระวัง ชุมนุมเรียกร้องอย่างสันติวิธี

ต้องจับตาการชุมนุมใหญ่ของ “แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ในวันที่ 19 ก.ย.จะเป็นอย่างไร โดยยืนยันจะใช้พื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แม้ว่าทางผู้บริหารของมหาวิทยาลัยมีคำสั่งห้ามไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ก็ตาม

  • ปรากฏการณ์การชุมนุมทางการเมือง เพื่อต่อต้านรัฐบาลบิ๊กตู่ มีมาตั้งแต่ช่วงต้นปี เริ่มจากกิจกรรมออกกำลังกาย “วิ่งไล่ลุง” พร้อมข้อเรียกร้องทางการเมือง กระท่ังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2563 ได้จุดประเด็นให้เกิดการชุมนุมในรูปแบบของแฟลชม็อบอย่างกว้างขวางในสถานศึกษา และต้องหยุดลงเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
  • เมื่อ “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” นักกิจกรรมทางการเมือง วัย 37 ปี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะลี้ภัยทางการเมืองในประเทศกัมพูชา และไทยควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดได้ดี ทำให้การชุมนุมเริ่มกลับมาในเดือน มิ.ย. ด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ “วันเฉลิม”
  • จากนั้นได้ขยายเป็นวงกว้างต่อเนื่องเป็นต้นไป นับตั้งแต่เดือน ก.ค. เมื่อกลุ่ม “เยาวชนปลดแอก” จัดชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 โดยไม่สน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และลามไปทั่ว 44 จังหวัด รวมทั้งสถาบันการศึกษา และโรงเรียนระดับมัธยม เป็นที่มาของ “ม็อบขาสั้น-คอซอง” ชู 3 นิ้ว ติดโบขาว ต้านเผด็จการ
ส่วนการชุมนุมใหญ่ "เบิ้มๆ สองวันหนึ่งคืน" โดย "แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม" ในวันที่ 19 ก.ย. จะเป็นการรวมตัวของคนทุกวัยหรือไม่ ต้องติดตาม และหลายฝ่ายหวังว่าชุมนุมครั้งนี้จะเป็นไปด้วยสันติวิธี ไม่มีเหตุร้ายแรงบานปลายจนเสียเลือดเสียเนื้อ โดย “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” พูดคุยกับ รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในการชุมนุมภายใต้สันติวิธี ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งอย่างแรกในเรื่องพื้นที่ชุมนุม ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย นั่นก็คือ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนั้นทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยควรทบทวนคำสั่งห้ามใช้พื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ปิดสามารถระแวดระวังได้ดีกว่าพื้นที่เปิด อยากเรียกร้องอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดพื้นที่ให้ลูกหลานได้ชุมนุม

อีกหนึ่งส่ิงเพื่อให้การชุมนุมเป็นไปด้วยสันติวิธี ในการแสดงออกแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของผู้ชุมนุม จะต้องไม่นำมวลชนที่มีความคิดเห็นต่างเข้ามาปะทะ มาชุมนุมอวดศักดา หรือมายั่วยุในพื้นที่ใกล้กัน ในเรื่องนี้ต้องขอร้องผู้เห็นต่างอย่าจัดการชุมนุมในพื้นที่ใกล้กันเพื่อประชันขันแข่ง ซึ่งจะทำให้การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้มีความปลอดภัย และสุดท้ายทางเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องไม่ใช้อาวุธจริงเข้ามาควบคุมมวลชน ซึ่งต้องเป็นไปตามหลักสากล ไม่ควรนำอาวุธจริงมาใช้ แต่ควรใช้อุปกรณ์อื่นที่ใช้ในการป้องปรามเท่านั้น

“ที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะในปี 53 เคยมีมาแล้ว จากที่บอกเป็นเขตปลอดอาวุธ แต่กลับมีการใช้อาวุธ ควรปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ชุมนุมได้แสดงออกอย่างเต็มที่ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง และเชื่อว่าการชุมนุมครั้งนี้จะไม่มีเหตุรุนแรง หากปฏิบัติตามนี้ เพราะการแสดงออกทางการเมืองของเยาวชน เป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นการส่งเสริมบรรดาลูกหลาน เยาวชนในการแสดงออก”

 

สิ่งสำคัญในการเข้าร่วมชุมนุม ควรดูแลเรื่องสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง เพราะอาจมีฝนตก ส่วนการสื่อสารการแสดงออก สามารถเรียกร้องข้อเรียกร้องต่างๆ ได้ โดยผู้มีอำนาจในประเทศจะคล้อยตามหรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นแล้วการระมัดระวังในการชุมนุม ควรเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องระวังอย่างมากในการควบคุมมวลชน ซึ่งในวันที่ 19 ก.ย.นี้ เชื่อว่าจะเห็นพลังมวลชนมาเป็นจำนวนมากในการยื่นข้อเรียกร้องเดิม ไม่ใช่เฉพาะเยาวชน แต่จะมีผู้ใหญ่เข้าร่วมด้วย ข่าวด่วนวันนี้

นอกจากนี้มองว่าการชุมนุมในปัจจุบัน เป็นการชุมนุมรูปแบบใหม่นับตั้งแต่การชุมนุม 14 ตุลา 2516 เนื่องจากมีเยาวชน “ขาสั้น-คอซอง” เข้าร่วมด้วยความสมัครใจ โดยไม่มีแกนนำ และไม่เคยเห็นผู้ชุมนุมในลักษณะนี้มาก่อน ทั้งมีอายุน้อย และมีความคิดเป็นของตัวเอง “ใครคิดว่าพวกเด็กๆ ถูกล้างสมอง อยากให้ฟังจะได้รู้ว่าพวกเขา คิดแบบมีเหตุมีผล ถือเป็นมิติใหม่ทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นความสวยงาม”

หากถามว่าต้องเตรียมอุปกรณ์ในการรับมือแก๊สน้ำตาหรือไม่นั้น ก็ควรเตรียมมา เพราะอย่างน้อยแม้ไม่ได้ใช้ แต่ก็ทำให้รู้สึกปลอดภัย และสิ่งสำคัญควรนำร่มติดตัวมาด้วย เพื่อป้องกันฝนและแดดร้อน หากหน้ามืดเป็นลมจะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น และเพื่อความมั่นใจในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิดแพร่กระจาย ก็ควรพกหน้ากากอนามัยไปด้วย คิดว่าการที่รัฐบาลเคยบอกไทยปลอดเชื้อเป็นศูนย์มานานหลายๆ วัน เชื่อว่าคงไม่มีการแพร่เชื้อ และน่าจะสบายใจได้ในระดับหนึ่ง หากข้อมูลการยืนยันของรัฐบาลเป็นจริง และคิดว่าการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นไม่น่าจะมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิดแบบ “ซุปเปอร์สเปรดเดอร์” จึงไม่น่าเป็นปัญหาในการชุมนุมแต่อย่างใด.

ที่มา : www.thairath.co.th

ติดตาม ข่าวด่วนวันนี้ ได้ที่เว็บไซต์  www.posttodaynews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *