พ่อแม่ร่ำไห้โฮ! ลูก1ขวบ ถูกต้นทุเรียนล้มทับ ไร้เงินทำศพมีติดตัวแค่70บาท

พ่อแม่ร่ำไห้โฮ! ลูก1ขวบ ถูกต้นทุเรียนล้มทับ ไร้เงินทำศพมีติดตัวแค่70บาท

ใจสลาย! ลูกวัย 1 ขวบ ถูกต้นทุเรียนล้มทับ พาครอบครัวไปสวน ขณะเดินจูงมือย่ากลับไป ต้นทุเรียนล้มทับหนูน้อยดับต่อหน้าย่า สลดไร้เงินทำศพมีติดตัวแค่70บาท

 

 

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ข่าวด่วนวันนี้ หน่วยกู้ภัยพะโต๊ะรับแจ้งว่ามีเด็กโดนต้นทุเรียนโค่นทับเสียชีวิต โดยเหตุเกิดช่วงเย็นวันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่รพ.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร พบหน่วยกู้ภัยพะโต๊ะตระเวนหาโลงศพ เพื่อนำมาใส่ร่างของ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) วัย 1 ขวบ 10 เดือน ก่อนจะนำร่างไปยังวัดฟาติมะ เพื่อปรึกษากับชาวบ้านที่ใจบุญในการจัดบำเพ็ญกุศลศพ ของด.ช.เอ ที่เสียชีวิตในช่วงหัวค่ำจากการถูกต้นทุเรียนล้มทับ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่บ้านลางตาง หมู่ที่ 19 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร เป็นหมู่บ้านที่อยู่บนภูเขาสูงท่ามกลางป่าขนาดใหญ่รอยต่อ จ.ชุมพร และจ.ระนอง ห่างจากถนนสายหลังสวน-ราชกรูด ประมาณ 40 กม. เป็นสวนทุเรียน สวนมังคุดขนาด 40 ไร่

น.ส.ศิริลักษ์ อายุ 22 ปี นายวรุฒ โคตะบิน อายุ 28 ปี พ่อและแม่ ของด.ช.เอ นางนุจรินทร์ โคตะบิน อายุ 48 ปี นายไสว โคตะบิน อายุ 52 ปี ย่าและปู่ เป็นชาวบ้าน ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม นำร่างของ ด.ช.เอ ในสภาพหมดสติไม่รู้สึก ส่งรพ.พะโต๊ะ แต่เมื่อมาถึงมือแพทย์ พบว่าเสียชีวิตก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้ทั้ง 4 ถึงกับปล่อยโฮด้วยความเสียใจ

นางนุจรินทร์ ซึ่งเป็นย่าของด.ช.เอ เล่าว่า ในช่วงเย็นหลังจากเสร็จภารกิจในสวนทุเรียนของ นางอำพัน ยุติมิตร อายุ 50 ปี เจ้าของสวนทุเรียน สวนมังคุด คนในครอบครัวทั้งหมดพากันไปปีนต้นสะตอบนภูเขาใกล้สวนทุเรียน เพื่อเก็บสะตอมาทำอาหาร ด.ช.เอบอกนางนุจรินทร์ว่าปวดท้องอุจจาระ ย่าจึงพาไปนั่งใต้ต้นมังคุด

 

 

เมื่อเสร็จแล้วเดินจูงมือด.ช.เอกลับไปหาพ่อแม่กำลังเก็บสะตอ เมื่อเดินมาได้สักพักด.ช.เอ พูดขึ้นตามประสาเด็กที่เริ่มหัดพูดว่า “ไปเอามือถือพ่อมาเล่น” พูดยังไม่ทันขาดคำ ต้นทุเรียนหมอนทองขนาดยาวกว่า 5 เมตร ใหญ่เท่า 1 คนโอบ ซึ่งยืนตายซากริมทางเดินก็ล้มทับลงบนร่างของด.ช.อย่างแรง จนหน้าคว่ำลงกับพื้นดิน ได้ยินเสียงสำลักของด.ช.เอ ย่าถึงกับช็อก

เมื่อตั้งสติได้จึงส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ นางอำพันเจ้าของสวนรีบนำรถกระบะมานำร่างของด.ช.เอส่ง รพ.พะโต๊ะที่ห่างไปจากจุดเกิดเหตุถึง 40 กิโลเมตร แต่ด.ช.เอแน่นิ่งไปก่อนที่รถจะออกจากสวนทุเรียน เมื่อถึงรพ.พะโต๊ะแพทย์บอกว่า ด.ช.เอเสียชีวิตแล้ว

นางนุจรินทร์ และ น.ส.ศิริลักษ์ ตกลงกันว่าจะนำศพของด.ช.เอกลับไปยังจ.นครพนมบ้านเกิด เพื่อบำเพ็ญกุศลศพ แต่เมื่อทราบค่าใช้จ่ายในการขนศพกลับไปจ.นครพนม ถึงกับเขาอ่อน เนื่องจากในครอบครัวมีเงินเพียง 70 บาทเท่านั้น สร้างความสลดใจแก่ชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์ จึงพยายามพูดให้ครอบครัวจัดบำเพ็ญกุศลศพที่วัดฟาติมะ ในอ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร หลังจากพ้นสถานการณ์โควิดแล้ว และมีเงินเหลือจึงค่อยนำกระดูกของด.ช.เอ. กลับไปทำบุญที่บ้านเกิดอีกครั้ง

แต่ก็เกิดเรื่อเศร้าขึ้นอีกเมื่อไม่มีเงินซื้อโลงศพและเช่าโลงแอร์ หน่วยกู้ภัยพะโต๊ะจึงเข้าช่วยเหลือไปขอโลงศพสำหรับศพไร้ญาติจากวัดแห่งหนึ่ง ในอ.พะโต๊ะ และได้รับความเมตตาจากร้านให้เช่าโลงแอร์ให้ยืมโลงแอร์โดยไม่คิดเงิน รวมถึงนางอำพันเจ้าของสวนทุเรียนที่ออกค่าบำเพ็ญกุศลศพให้จำนวนหนึ่ง

นางนุจรินทร์ บอกว่า ครอบครัวหมดเงินไปกับการหว่านนาข้าวและเดินทางมายัง จ.ชุมพร เพื่อรับจ้างทำงานไม่ทันที่จะได้ค่าจ้าง และเหลือเงินทั้งครอบครัวเพียง 70 บาทเท่านั้น เมื่อชาวบ้านที่ทราบเหตุการณ์ได้ยิน ถึงกับช่วยกันบริจาคเงิน เพื่อทำบุญช่วยครอบครัวด.ช.เอ คนละเล็กละน้อยเพื่อใช้ในการบำเพ็ญกุศลศพ

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวด่วนวันนี้ ได้ที่เว็บไซต์ www.posttodaynews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *